ดีเจแมน,ใบเตย,พิงค์กี้ โดน DSI เรียกสอบในฐานะพยานคดีแชร์ ล่าสุดดีเจแมนแถลงแล้ว

กำลังเป็นเรื่องที่โด่งดังทีเดียว สำหรับคดีของ แชร์ ฟอเร็กซ์ เมื่อวานนี้ จากกรณีที่เพจดังออกมาแฉคดีแชร์ ฟอเร็กซ์ ล่าสุดที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผอ.กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีแชร์แม่มณีว่า ดีเอสไอได้ทยอยรับสำนวนคดีแชร์แม่มณีจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งส่งต่อมายังดีเอสไอแล้วกว่า 200 สำนวน ขั้นตอนหลังจากนี้ดีเอสไอได้ระดมพนักงานสอบสวนทั้งหมดกระจายลงพื้นที่สอบปากคำพยานผู้เสียหายในคดีทุกปาก จากนั้นจะจำแนกรายที่เป็นแม่ข่ายหรือแม่สายออกมาดำเนินคดีฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน


แหล่งข่าวจากดีเอสไอ ได้เผยว่า ภายหลังดีเอสไอรับคดีแชร์ FOREX 3D เป็นคดีพิเศษได้เร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและทยอยอายัดทรัพย์สินที่ได้ไปจากการกระทำความผิด พบว่าเงินส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้สร้างภาพความร่ำรวย และสังสรรค์ปาร์ตี้กับเหล่าดารานักแสดง ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้ส่งหมายเรียกถึง นายพัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา หรือ ดีเจแมน และนางสาวสุธีวัน ทวีสิน หรือ ใบเตย ให้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ข้อมูลในฐานะพยาน

โดยพนักงานสอบสวนต้องการทราบถึงความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับ นายอภิรักษ์ โกฎธิ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของธุรกิจ แชร์ FOREX 3D รายละเอียดในการประกอบธุรกิจ และการได้มาซึ่งทรัพย์สินต่างๆ ของสามีภรรยา หากชี้แจงไม่ได้อาจถูกขยายผลในทางภาษีและกฎหมายฟอกเงิน ทั้งนี้เมื่อได้ข้อเท็จจริงจากดีเจแมนและใบเตยแล้ว พนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียก นางสาวสาวิกา ไชยเดช หรือ พิงค์กี้ และแม่ ให้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำในฐานะพยานเช่นกัน

สำหรับคดีนี้ ก็ถือว่าเสียหายมูลค่าเยอะมากๆ และมีผู้เสียหลายคนอยู่ ดีเอสไอก็กำลังทำงานอย๋างหนัก ยังไงก็ติดตามข่าวต่อไปนะคะ ว่าดีเจแมน และใบเตย จะโดนข้อหาอะไรหรือไม่ เพราะสถานะตอนนี้ ขอเน้นว่า ยังไม่ใช่ผู้ต้องหาแต่เป็นการเรียกสอบในฐานะพยานเท่านั้น

ทางด้านฝั่งดีเจแมน กล่าวในรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ โดยได้ระบุว่า “ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฟอเร็กซ์ ยืนยันเลย เรื่องแม่ข่ายอะไรก็ไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้อง ตรวจสอบได้ เรื่องการลงทุนเนี่ยลงทุนจริง เอาเงินไปลงทุนจริง ทั้งเงินผมและเงินคุณแม่ ได้เงินคืนมาในช่วงปีแรกๆ มีไม่ได้มา 7 เดือนหลัง ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ ผมก็ถือว่าผมเป็นผู้เสียหาย ลงทุนไปหลักล้าน”

“เรารู้จักน้องคนนี้มานานมาก ตั้งแต่ก่อนทำธุรกิจ เขาเข้ามาหาผมเกี่ยวกับพระ ภาพที่นั่งประชุม ผมมีเพื่อนเยอะมาก เรารู้จัก สนิทกับใคร ก็ไม่ได้ถามลึกซึ้งว่าเขาทำอะไรบ้าง ตอนนั้นผมไปคุยเรื่องผลิตภัณฑ์อื่น ไปเจอมาแล้วอยากทำ ให้เขามาช่วยเรื่องอินเตอร์เน็ต ไม่ได้คุยเรื่องฟอเร็กเลย สุดท้ายแล้วผลิตภันฑนั้นผมก็ไม่ได้ทำ”

“ภาพที่เกิดขึ้นก็น่าจะ 3-4 ปีที่ผ่านมาแล้ว มันเป็นอะไรที่แยบยลมาก เราไม่รู้เลย ทุกคนจะมีพอร์ต ทุกคนที่เล่นดูแล้วก็ละเอียดอ่อน จะพูดให้น้อยที่สุด ตอนนี้จะไปให้การกับดีเอสไอ”

“จำนวนเงินนั้นมันมาจากที่นักข่าวเอาไปพูด วันนั้นผมก็พูดแล้วว่าผมให้สมศักดิ์ศรีกับผู้หญิงที่กตัญญู แต่ใบเตยก็พูดว่ารวมๆ ทั้งพระเครื่อง ที่ดินอะไรแบบนี้ครับ ช่วง 2 ปีหลัง ที่มีคนบอกมีเงินเยอะ จริงๆแล้ว ไม่ได้ลงทุนไร ผมทำงานตลอดเวลา ผมก็ใช้ชีวิตของผมตามปกติ สังคมจับตามอง ในซองงานแต่ง ที่บอกว่ามีเงินในซอง 10 ล้าน ไม่มีครับ ไม่จริง”

“ตอนนี้ก็เสียใจ และผมก็เข้าใจ ตอนนี้มันเป็นมูลค่าทีเยอะมากๆ แต่เราพร้อมที่จะชี้แจง ผมพิจารณามาสักพักแล้ว ผมพร้อมยืนอยู่ข้างประชาชน พอคุยกับแล้วก็จะแถลงข่าวอีกทีนึง”