อาหารที่ควรรับประทานใน 6 ช่วงอายุ ที่จะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงเหมาะสมกับวัย

ไม่มีอาหารประเภทใดที่เหมาะกับมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ เพราะสุขภาพร่างกายและการใช้ชีวิตของคนเรานั้นแตกต่างกัน การเลือกรับประทานอาหารจึงควรที่จะแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของแต่ละคนด้วย

คนเราควรเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย น้ำหนัก โรคประจำตัว รวมไปถึงอายุของเราด้วย ซึ่งก็มีอาหารบางประเภทที่อาจจะไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่เหมาะสำหรับคนในแต่ละช่วงอายุแตกต่างกันไป

ช่วงวัยรุ่นเป็นวัยแห่งการเจริญเติบโต ร่างกายคนเราจึงต้องการสารอาหารในปริมาณมากและต้องครบถ้วนทุกหมู่ ไม่ควรขาดมื้อใดมื้อหนึ่งไปโดยเฉพาะอาหารเช้า ควรทานอาหารที่มีแคลเซียม โปรตีน และธาตุเหล็ก

ในช่วงวัย 20 อาจเป็นวัยที่ยังแข็งแรงและยังหนุ่มสาว แต่เราก็ควรเริ่มหันมาดูแลสุขภาพร่างกายมากขึ้น ควรเปลี่ยนขนมหรืออาหารฟาสต์ฟู้ดที่เราชอบรับประทานในวัยเด็กเป็นอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น อย่างเช่นรับประทานมันอบแทนมันทอด โยเกิร์ตแทนไอศกรีม หรือถั่วแทนขนมขบเคี้ยวประเภทต่างๆ และควรเพิ่มอาหารที่มีโอเมก้า 3 และกรดโฟลิคอย่าง ผักใบเขียว แป้ง ถั่ว แซลมอน และธัญพืช

ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายคนเราจะเริ่มขึ้นตอนอายุ 30 เป็นวัยที่อวัยวะต่างๆ เริ่มเสื่อมถอยไปทีละนิด จึงต้องรับประทานอาหารที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของกระดูก โดยเฉพาะอาหารที่มีโปรตีนสูงอย่างไข่ เมล็ดพืช ถั่ว ถั่วเหลือง หรืออกไก่ รวมทั้งนมและโยเกิร์ตเพื่อเสริมแคลเซียมด้วย

ในวัย 40 ปีคนเราควรเริ่มหันมารับประทานอาหารที่มีกากใยมากขึ้น อย่างเช่นบร็อคโคลี่ ธัญพืช และมันฝรั่ง อาหารฟาสต์ฟู้ดเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง หรือเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้นอย่างเช่นเบอร์เกอร์ปลาหรือผัก ควรหันมาทำอาหารรับประทานเองเพราะทำให้ควบคุมส่วนผสมที่จะใช้ได้

ในวัย 50 ปีเป็นวัยที่การดูดซึมและการย่อยอาหารเริ่มทำได้ยากขึ้น จึงควรรับประทานอาหารที่ย่อยและดูดซึมได้ง่าย ไม่มีสารพิษหรือสิ่งตกค้าง อย่างเช่นเปลี่ยนนมวัวเป็นนมถั่วเหลือง เปลี่ยนน้ำตาลเป็นน้ำผึ้ง และอาหารที่ช่วยลดริ้วรอยหรือชะลอความแก่ได้ดีคือ อะโวคาโด บร็อคโคลี่ บลูเบอร์รี ถั่ว และผักปวยเล้ง

เมื่ออายุถึงวัย 60 ปีซึ่งเรียกได้ว่าเป็นวัยชรา ควรเพิ่มการรับประทานผักและผลไม้ให้มากยิ่งขึ้นไปอีก เน้นไปที่อาหารที่มีธาตุเหล็กอย่างผักปวยเล้งหรือผักโขมและถั่วชนิดต่างๆ งดทานอาหารที่เค็มหรือหวานจัด

ที่มา: brightside