สูตร”ชาตะไคร้ใบเตย” ดื่มอร่อย เย็นๆชื่นใจ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

ในยุคปัจจุบัน จะเห็นว่าผู้คนเกิดเป็นโรคภัยไข้เจ็บกันบ่อยขึ้น บางครั้งก็ไม่อยากไปหาหมอ วันนี้เรามีสูตรน้ำสมุนไพร “ชาตะไคร้ใบเตย” ที่จะช่วยในเรื่อง บรรเทาอาการ ปวดขา ปวดข้อ รักษาเกาต์ อีกทั้งยังช่วยชำระล้าง สิ่งสกปรกตกค้าง ที่อยู่ในกายของเรา

นี่จึงเป็นอีกทางเลือกที่จะทำให้เราร่างกายแข็งแรง  มั่นใจได้เลย หากที่บ้านมีปลูกไว้ถือว่าเป็นการดีเลย เพราะไม่ต้องเสียเงินซื้อ ปลอดภัยในเรื่องของสารพิษด้วยค่ะ

สูตรชาตะไคร้ใบเตย ส่วนประกอบที่ต้องเตรียม

1. ตะไคร้ 4-5 ต้น
2. ใบเตย 2-3 ใบ
3. น้ำสะอาด 2 ลิตร

วิธีทำน้ำชาตะไคร้ใบเตย
1 นำตะไคร้มาทุบแล้วหั่น ใบเตยหั่นเป็นท่อน นำมาต้ม จนเดือด พอเดือนแล้วให้ลดไฟลง ต้มต่อด้วยไฟอ่อนประมาณ 15 นาที

หั่นประมาณนี้

2 ในระหว่างที่ต้มอยู่นั้นอย่าเปิดฝา เมื่อครบ 15 นาที นำมากรอง แล้วให้พักทิ้งไว้ให้อุ่น แล้วนำมาดื่มได้เลย

เมื่อต้มเสร็จ ทิ้งไว้ให้เย็นอีกซักพักโดยยังไม่ต้องเปิดฝา จะทำให้กลิ่นมันหอมยิ่งขึ้น

3 สำหรับวิธีการดื่มน้ำสมุนไพรให้ดื่มติดต่อกัน 7 วัน จะช่วยล้างกรด ยูริคในโลหิตได้ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการปวดเข่าจากโรคเกาต์ได้ดีมากๆ จะช่วยคุณลดอาการปวดได้ดีมากขึ้น

ใช้ผ้าขาวบางมากรอง แนะนำบรรจุลงในภาชนะที่เป็นขวดแก้ว

หากต้องการความหวาน สามารถเพิ่มเป็นน้ำผึ้งได้ค่ะ

น้ำสมุนไพรสูตรนี้เป็นสูตรที่ได้มาจากผู้ชงดื่มจริง และเห็นผลดีมากๆ อาจจะทำให้ปัสสาวะบ่อยมากขึ้น วิธีการดื่มให้หลีกเลี่ยงการดื่มก่อนเข้านอนก่อน 2 ชม. เพื่อที่จะได้ไม่ต้องลุกเข้าห้องน้ำตอนกลางดึก

เคล็ดลับความอร่อย

การเลือกสมุนไพร การเลือกสมุนไพรที่จะนำมาทำน้ำสมุนไพร ต้องคำนึงถึงสมุนไพรที่สด ถ้าเป็นสมุนไพรที่ต้องทำให้แห้ง ควรเลือกสมุนไพรที่ใหม่สะอาด ดูลักษณะ สี กลิ่น ดูว่ามีเชื้อราหรือไม่ สมุนไพรที่สดใหม่ช่วยให้ได้คุณค่าทางโภชนาการสูง สีสันน่ารับประทาน

ความสะอาด ทั้งสมุนไพรและภาชนะที่ใช้ต้องสะอาด ป้องกันการปนเปื้อนเชื้อ ถ้าไม่สะอาด อาจทำให้ผู้ดื่มน้ำสมุนไพร ท้องเสีย และยังทำให้สมุนไพรเก็บไม่ได้นานเท่าที่ควร

ภาชนะที่ใช้ ภาชนะที่ต้มควรจะเป็นหม้อเคลือบ ไม่ควรใช้หม้ออลูมิเนียม เพราะอาจทำให้กรดที่อยู่ในสมุนไพรกัดภาชนะ ถ้าเป็นหม้อหรือกะทะทองเหลืองจะทำให้รสของน้ำสมุนไพรเปลี่ยนไป นอกจากนี้การที่เราดื่มน้ำสมุนไพรที่มีสารโลหะหนักผสมอยู่อาจจะเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ สำหรับภาชนะที่บรรจุควรจะเป็นขวดแก้ว จะสะดวกในการนึ่ง และน้ำสมุนไพรจะไม่ทำปฏิกิริยากับขวดแก้ว ภาชนะที่เป็นแก้วยังดูใสสะอาดน่าดื่มยิ่งขึ้น

เทคนิคของการที่ทำให้น้ำสมุนไพรอยู่ได้นานถึง 7 วัน โดยไม่ต้องใส่สารกันบูด คือระหว่างที่รอให้น้ำสมุนไพรเย็นตัวนั้น ให้นำหม้อน้ำสมุนไพรนี้ ใส่ลงในกะละมังที่มีน้ำเย็นอยู่ วิธีนี้จะทำให้น้ำสมุนไพรอยู่ได้นานขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ตะไคร้จะเป็นสมุนไพรที่ได้รับความนิยม สามารถนำมาบริโภค และประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆ อย่างแพร่หลาย แต่จากการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ และการแพทย์ พบว่าประสิทธิผลจากการใช้ตะไคร้ยังมีอยู่จำกัด อีกทั้งยังไม่ได้รับการรับรองในเชิงการแพทย์อย่างเป็นทางการ

บุคคลที่ควรระวังในการดื่มคือ ผู้ที่ตั้งครรภ์ ผู้ที่กำลังให้นมบุตร ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว และไม่ว่าสมุนไพรไหนๆก็ควรบริโภคในเกณฑ์ที่พอเหมาะ เพื่อจะได้ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย